%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%87_%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99

ในปัจจุบันการเสริมคางเป็นที่นิยมกันมากขึ้นเนื่องจากว่าคางบางคนสั้นไม่ได้เป็นสัดส่วนกับรูปลักษณะของ

ใบหน้า ดังนั้นการเสริมคางจะทำให้คางออกมาดูยาวขึ้นมนขึ้นหรือแหลมขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสมส่วนและดูอ่อนหวานมากยิ่งขึ้น

การผ่าตัดเสริมคางในปัจจุบันที่นิยมกันทั่วไปคือการเสริมด้วยซิลิโคน ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความทนทานปลอดภัยสูงไม่มีผลข้างเคียงใดใด  นอกจากนี้อาจจะใช้วิธีการใช้ไขมันในการฉีดเข้าไปที่คาง ซึ่งการเสริมโดยซิลิโคนหรือใช้ไขมันจะต้องได้รับการปรึกษาและแนะนำจากศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

การเตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรมเสริมคาง

ก่อนการทำการผ่าตัดเสริมคางต้องหลีกเลี่ยงการดื่มสุราและสูบบุหรี่อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ก่อนการผ่าตัดต้องมีการพักผ่อนอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ถ้ามีกินยาอะไรอยู่เป็นประจำหรือมีโรคประจำตัวต้องมีการแจ้งศัลยแพทย์ตกแต่งและต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ประจำตัวหรืออายุรแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่ทำการผ่าตัด

หลังการผ่าตัดอาจมีอาการบวมหรือช้ำใดบ้างแนะนำให้ประคบด้วยน้ำแข็งหรือผ้าเย็นเพื่อลดอาการเจ็บปวดของแผลและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางศัลยแพทย์ตกแต่งและทางโรงพยาบาล อย่างเคร่งครัด  กินยาต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ หลังการผ่าตัดควรจะนอนศีรษะสูงอย่านอนตะแคงหรือนอนคว่ำเพราะอาจจะทำให้เกิดการอักเสบหรือเบี้ยวเกิดขึ้นได้นอกจากนั้นต้องมารับการตรวจหลังการผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง

อาการเขียวช้ำและอาการเจ็บปวดจากค่อยค่อยหายไปและจะดีขึ้นเรื่อยเรื่อยในระยะเวลา3 ถึง 6 เดือน ซึ่งอาการนี้จะเป็นอาการที่เกิดขึ้นเป็นปกติของการเสริมคาง

แต่ถ้าหากมีอาการบวมมากขึ้นหรือเลือดซึมออกอยู่ตลอดเวลาหรือมีความผิดปกติอื่นๆให้กลับมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

โดยสรุปแล้วการทำการผ่าตัดเสริมคางเป็นการผ่าตัดที่ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดแต่อย่างไรก็ตามการผ่าตัดเสริมคางควรได้รับการผ่าตัดในโรงพยาบาลที่ได้รับมาตรฐานสากล  เช่น JCI และได้รับมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุขนอกจากนี้การผ่าตัดต้องทำภายใต้ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเท่านั้น

เสริมคาง ให้ได้ดูสัดส่วนและสวยงาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *